สวัสดีค่ะทุกคน! ช่วงนี้อากาศบ้านเราก็เอาแต่ใจเหลือเกินใช่ไหมคะ เดี๋ยวร้อนจัด เดี๋ยวฝนตกหนักจนน้ำท่วม พอนึกถึงเรื่องพวกนี้ทีไร ใจก็อดเป็นห่วงโลกของเราไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ ยิ่งช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าปัญหามันใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที ไม่ใช่แค่ข่าวที่เราอ่านผ่านๆ ไปแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว พลังเล็กๆ จากพวกเราทุกคนนี่แหละค่ะ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ฉันเองก็เริ่มจากปรับเปลี่ยนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันมาสักพักแล้วค่ะ แล้วก็พบว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมยังรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาด้วยนะ วันนี้ฉันเลยอยากชวนทุกคนมาคุยกันค่ะ ว่าการมีส่วนร่วมของพลเมืองอย่างเราๆ เนี่ย จะช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ยังไงบ้าง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และอะไรคือเทรนด์ใหม่ๆ ที่เราควรจับตาดู เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เพราะในบทความนี้ ฉันจะมาเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือกเลยค่ะว่า เราจะใช้พลังของเราขับเคลื่อนอนาคตที่ดีขึ้นได้อย่างไร
ปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน…ง่ายๆ แต่ได้ผลเกินคาด

เราทุกคนต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ และแน่นอนว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเราในแต่ละวันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อยค่ะ จากที่ฉันลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองดู บอกเลยว่ามันไม่ได้ยากเลยนะ แถมยังรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่างการหันมาพกถุงผ้าเวลาไปจ่ายตลาดหรือช้อปปิ้ง จากเมื่อก่อนที่เคยรับถุงพลาสติกเป็นสิบๆ ใบ ตอนนี้พอเห็นถุงผ้าลายสวยๆ ก็รู้สึกสนุกกับการเลือกใช้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ หรือแม้แต่เรื่องการปิดไฟ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง แถมยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย ซึ่งข้อมูลจากสหประชาชาติเองก็ย้ำชัดว่าประมาณ 2 ใน 3 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกมาจากภาคครัวเรือนหรือระดับบุคคลนี่แหละค่ะ ฉันเชื่อว่าถ้าเราทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ โลกของเราจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
พลังงานสะอาด…ทางเลือกใหม่ในบ้านเรา
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงพลังงานสะอาด ฉันก็จะนึกถึงแต่เรื่องไกลตัว ต้องเป็นโครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่เลยค่ะ! การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านนี่แหละ คือเทรนด์ที่มาแรงมากๆ เพื่อนบ้านฉันหลายคนก็เริ่มติดตั้งกันแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟได้เยอะในระยะยาวแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ ด้วยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นไฟฟ้าที่เราใช้ในบ้าน แถมยังช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษได้อีก ฉันเองก็กำลังศึกษาข้อมูลอยู่เลยค่ะ คิดว่าอีกไม่นานคงได้มีโซลาร์เซลล์เป็นของตัวเองบ้าง จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกสีเขียวแบบเต็มตัว ใครสนใจลองศึกษาดูนะคะ ไม่แน่ใจว่าจะถูกใจเหมือนฉันรึเปล่า
ลดขยะเหลือศูนย์…ทำได้จริงไม่ใช่แค่ฝัน
เรื่องขยะนี่เป็นอะไรที่อยู่คู่กับชีวิตเรามานานจริงๆ ค่ะ แต่ก่อนฉันก็ทิ้งๆ ไปรวมกันหมด ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเริ่มมาสนใจเรื่องโลกร้อน ก็พบว่าการจัดการขยะที่ดีเป็นหัวใจสำคัญเลย ตอนนี้ฉันพยายามแยกขยะให้ถูกประเภท ทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย บางทีเอาเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมักใช้เองที่บ้านด้วยนะ สนุกดีค่ะ แบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการรีฟิลสินค้ามากขึ้นด้วย ทำให้เราสามารถนำบรรจุภัณฑ์เก่าไปเติมใหม่ได้ ลดขยะไปได้เยอะเลย นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเจ๋งๆ ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง อย่างเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือเทคโนโลยีที่ทำให้พลาสติกแข็งแรงขึ้น ใช้ปริมาณน้อยลง เห็นแบบนี้แล้วใจชื้นขึ้นมาเยอะเลยค่ะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในการต่อสู้กับปัญหาขยะ
ช้อปแบบใส่ใจ…เลือกของยังไงให้โลกยิ้ม
เมื่อก่อนเวลาช้อปปิ้ง ฉันก็เน้นของถูก ของสวยเป็นหลัก แต่พอเริ่มรู้ว่ากว่าจะมาเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือของใช้ต่างๆ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแค่ไหน ก็เริ่มคิดเยอะขึ้นค่ะ ตอนนี้จะพยายามเลือกแบรนด์ที่ใส่ใจโลกมากขึ้น หรือเลือกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งบอกเลยว่าแบรนด์ไทยเก่งมากๆ ในเรื่องนี้ มีสินค้า eco-friendly สวยๆ เก๋ๆ ให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ
แฟชั่นยั่งยืน…สวยได้แบบไม่ทำร้ายโลก
ใครว่าแฟชั่นกับรักษ์โลกจะไปด้วยกันไม่ได้? ฉันเคยคิดแบบนั้นนะ! แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ แบรนด์ไทยหลายเจ้าหันมาใช้คอนเซ็ปต์แฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion) กันเพียบเลย อย่างแบรนด์ CIRCULAR ที่เอาเศษผ้าจากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาทำเป็นเสื้อผ้าเก๋ๆ โดยไม่ผ่านการย้อมสีใหม่ หรือ REVIV ที่ให้บริการซ่อมเสื้อผ้า ให้เราใส่ชุดตัวโปรดได้นานขึ้น ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะสิ่งทอแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยด้วยนะคะ ฉันเองก็เริ่มหันมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือเลือกแบรนด์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลมากขึ้น รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้ค่ะ
ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก…ใช้ดีบอกต่อ
ในบ้านเรามีผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเจ๋งๆ เยอะมากจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้านะคะ ของใช้ในบ้านก็มี อย่าง QUALY ที่ออกแบบของใช้จากพลาสติกรีไซเคิลเป็นรูปสัตว์น่ารักๆ หรือ Patom Organic Living ที่ทำสกินแคร์ออร์แกนิกจากวัตถุดิบในไทย พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งกระเป๋าจากถุงน้ำยาล้างไตของ “คิดดี โปรเจค” หรือเฟอร์นิเจอร์จากขยะของ Osisu ก็เป็นอะไรที่ว้าวมาก!
ที่สำคัญคือผู้บริโภคไทยเองก็ตระหนักและพร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น เพื่อซื้อสินค้าที่ยั่งยืนมากขึ้นถึงเกือบ 12% เลยทีเดียว นี่แหละค่ะพลังของผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่ส่งผลให้ตลาดต้องปรับตัวตาม
ออกไปเที่ยวแบบใส่ใจ…สัมผัสธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
ใครๆ ก็ชอบเที่ยวใช่ไหมคะ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เดี๋ยวนี้เวลาเลือกที่เที่ยว ฉันจะมองหาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้นค่ะ เพราะอยากจะไปสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติโดยไม่ไปทำลายมัน ยิ่งช่วงนี้เทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนกำลังมาแรงมากๆ เลยนะ
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ…เรียนรู้คู่การพักผ่อน
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Ecotourism ไม่ใช่แค่ไปดูธรรมชาติเฉยๆ นะคะ แต่มันคือการที่เราได้เรียนรู้ ได้เข้าใจระบบนิเวศ ได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า อย่างทริปล่องเรือมาดที่บ้านสลักคอก เกาะช้าง ที่ฉันเคยไปมา คือดีงามมากค่ะ ได้ล่องเรือชมป่าชายเลนแบบชิลๆ แถมได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านไปด้วย หรือที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน สมุทรสงคราม ที่มีกิจกรรมสนุกๆ อย่างปลูกป่าชายเลน เล่นสกีเลน ได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งความรู้ แถมยังได้ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย มันเป็นการเที่ยวที่ได้อะไรกลับมามากกว่าแค่รูปถ่ายสวยๆ เยอะเลยค่ะ
พลังเล็กๆ สู่การเปลี่ยนแปลง…เมื่อทุกการเดินทางมีความหมาย
เวลาที่เราไปเที่ยว เราสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ เลยนะคะ อย่างการไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ท่องเที่ยว ไม่นำของจากธรรมชาติกลับบ้าน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การเลือกที่พักที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือเลือกใช้บริการจากชุมชนท้องถิ่น ก็เป็นการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการอนุรักษ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ฉันรู้สึกว่าทุกการเดินทางของเรามีความหมายจริงๆ ค่ะ ถ้าเราใส่ใจและเลือกที่จะรับผิดชอบต่อโลกใบนี้
| แนวทางการมีส่วนร่วมของพลเมือง | ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม | เทรนด์ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน |
|---|---|---|
| การลดปริมาณขยะและแยกขยะ | ลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดมลพิษ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | Refill Station, สินค้ารีไซเคิล, การทำปุ๋ยหมักในครัวเรือน |
| การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและหันมาใช้พลังงานสะอาด | ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ | โซลาร์เซลล์, รถยนต์ไฟฟ้า (EV Car), เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน |
| การเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | สนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน ลดผลกระทบจากอุตสาหกรรม | แฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion), ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก, Green Product ของไทย |
| การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมชาติ | Ecotourism, การสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น, การไม่ทิ้งร่องรอย |
| การร่วมรณรงค์และเป็นกระบอกเสียง | สร้างความตระหนักรู้ ผลักดันนโยบายให้เกิดการเปลี่ยนแปลง | แคมเปญลดโลกร้อน, การรวมกลุ่มของเยาวชนและภาคประชาสังคม |
เสียงของเราสำคัญ…รวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง
บางคนอาจจะคิดว่าเสียงเล็กๆ ของเราจะไปมีผลอะไรกับการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ระดับโลก? แต่ฉันอยากจะบอกว่าไม่จริงเลยค่ะ! จากประสบการณ์ที่ฉันเห็นมา พลังของประชาชนนี่แหละค่ะที่ขับเคลื่อนอะไรหลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นจริงได้ ยิ่งเห็นกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่รวมตัวกันเรียกร้องเรื่องสิ่งแวดล้อม ฉันยิ่งรู้สึกว่าความหวังยังมีอยู่เสมอ
รวมกลุ่มทำดี…พลังชุมชนที่เข้มแข็ง
ในประเทศไทยเองก็มีหลายชุมชนที่รวมตัวกันทำกิจกรรมรักษ์โลกอย่างจริงจังนะคะ อย่างโครงการ “ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และโรงเรียนร่วมกันจัดการขยะ จัดการพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมพลังงานทางเลือก หรือการพัฒนา “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฉันเคยได้ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนกับชาวบ้านแถวสมุทรสาครมาแล้วค่ะ รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ที่ได้เห็นความสามัคคีของคนในชุมชนที่ตั้งใจดูแลสิ่งแวดล้อมบ้านเกิดของตัวเอง มันเป็นพลังที่จับต้องได้จริงๆ นะคะ
เป็นกระบอกเสียง…ส่งพลังถึงผู้กำหนดนโยบาย
นอกจากการลงมือทำแล้ว การเป็นกระบอกเสียงก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ การที่เราพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายหันมาสนใจอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศได้ ฉันเชื่อว่าถ้าเสียงของพวกเราดังมากพอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน หรือการกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน ก็จะได้รับการตอบรับอย่างแน่นอน เราต้องไม่ท้อนะคะ เพราะอนาคตของโลกใบนี้อยู่ในมือพวกเราทุกคนจริงๆ
เทคโนโลยีสีเขียว…นวัตกรรมช่วยโลกยุคใหม่
โลกเราหมุนเร็วมากจริงๆ นะคะ ยิ่งเทคโนโลยีก็พัฒนาไปไม่หยุดนิ่งเลย ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนได้เยอะมากๆ ค่ะ ฉันเองก็ตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เห็นอยู่ตอนนี้
AI กับโลกสีเขียว…ฉลาดล้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม
ใครจะคิดว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาช่วยรักษ์โลกได้จริงจังขนาดนี้! ฉันได้ศึกษามาพบว่า AI มีบทบาทตั้งแต่การช่วยคัดแยกขยะอัตโนมัติ ทำให้การรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานสะอาด เช่น ช่วยออกแบบแผงโซลาร์เซลล์ให้ผลิตพลังงานได้มากขึ้นในพื้นที่จำกัด ที่เจ๋งกว่านั้นคือ AI ยังช่วยในการเกษตรอัจฉริยะ อย่างการใช้โดรนปลูกป่า หรือแม้แต่พยากรณ์สภาพอากาศและภัยธรรมชาติได้อย่างแม่นยำขึ้น ทำให้เราเตรียมรับมือได้ทัน ฟังดูเหมือนหนังไซไฟเลยใช่ไหมคะ แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ
นวัตกรรมลดโลกร้อน…ใกล้ตัวกว่าที่คิด

นอกจาก AI แล้ว ยังมีนวัตกรรมอีกหลายอย่างที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดโลกร้อนโดยเฉพาะเลยค่ะ อย่างเทคโนโลยีพอลิเมอร์ขั้นสูงที่ทำให้เม็ดพลาสติกแข็งแรงขึ้น ใช้ปริมาณน้อยลงในการผลิต หรือแม้แต่นวัตกรรมที่นำก๊าซเรือนกระจกกลับมาผลิตเป็นพลาสติกได้อีก!
SCG Chemicals ก็เป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่พัฒนาเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง ทำให้ฉันรู้สึกว่า แม้แต่สิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันลดโลกร้อนได้ ถ้าเราเลือกใช้นวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมค่ะ
สร้างบ้านรักษ์โลก…อยู่สบาย แถมช่วยโลก
บ้านคือที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันใช่ไหมคะ การทำให้บ้านของเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีเยี่ยมที่เราจะช่วยโลกได้ค่ะ
บ้านประหยัดพลังงาน…ลงทุนครั้งเดียวคุ้ม
เดี๋ยวนี้เทรนด์ “บ้านพลังงานทดแทน” หรือบ้านที่ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานกำลังมาแรงมากๆ ในไทยเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งฉนวนกันความร้อน การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการใช้พลังงาน หรือแม้กระทั่งการออกแบบบ้านให้มีทิศทางรับลมและแสงธรรมชาติได้ดี นอกจากจะช่วยลดค่าไฟในระยะยาวแล้ว ยังทำให้บ้านเราอยู่สบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ฉันเคยไปเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างที่ใช้แนวคิดนี้มาแล้วค่ะ บอกเลยว่ารู้สึกเย็นสบาย ไม่อบอ้าว แถมยังดูทันสมัยอีกด้วย ใครกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือรีโนเวทบ้าน ลองศึกษาเรื่องนี้ดูนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง
นวัตกรรมการก่อสร้าง…สร้างได้ ไม่ทำลาย
อุตสาหกรรมการก่อสร้างก็มีการปรับตัวเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นกันค่ะ อย่างการใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) ที่ช่วยในการออกแบบและตรวจสอบข้อผิดพลาดก่อนการก่อสร้างจริง ทำให้ลดของเสียและลดการทำงานซ้ำได้ หรือแม้แต่นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติสำหรับงานก่อสร้าง ที่ช่วยลดระยะเวลาและแรงงาน แถมยังลดเศษวัสดุในพื้นที่ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราจะช่วยสนับสนุนการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ค่ะ
กินดี อยู่ดี…สุขภาพเรา สุขภาพโลก
เรื่องอาหารการกินก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงเลยนะคะ ฉันเองก็เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น จากที่เมื่อก่อนกินตามใจปากอย่างเดียว ตอนนี้เริ่มคิดถึงผลกระทบที่จะตามมาแล้วค่ะ
อาหาร Plant-Based…ทางเลือกของคนรักโลก
เทรนด์อาหาร Plant-Based หรืออาหารที่ทำจากพืช กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ เพราะอุตสาหกรรมปศุสัตว์นี่แหละที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก การลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หันมาทานผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น จึงเป็นการช่วยลดภาระให้กับโลกของเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ ฉันเคยลองกินอาหาร Plant-Based มาหลายเมนูแล้วค่ะ อร่อยและดีต่อสุขภาพด้วยนะ แถมรู้สึกเบาสบายตัวมากๆ ลองดูนะคะ เผื่อจะติดใจเหมือนฉัน
เลือกกินตามฤดูกาล…สนับสนุนเกษตรกรไทย
อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่เราจะช่วยโลกได้คือการเลือกซื้ออาหารท้องถิ่นและตามฤดูกาลค่ะ เพราะการซื้ออาหารที่มาจากแหล่งใกล้ๆ หรือตามฤดูกาล จะช่วยลดการขนส่งที่ต้องใช้พลังงาน และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนอีกด้วยค่ะ เวลาไปตลาด ฉันจะพยายามถามแม่ค้าว่าผักผลไม้ชนิดไหนกำลังออกเยอะๆ หรือเป็นผลผลิตจากที่ไหน จะได้เลือกซื้อได้อย่างสบายใจ ทั้งต่อสุขภาพเราและสุขภาพโลกค่ะ
สร้างพื้นที่สีเขียว…โอโซนใกล้บ้านเรา
ต้นไม้และพื้นที่สีเขียวนี่เป็นปอดของโลกเลยใช่ไหมคะ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ โลกของเราก็ยิ่งหายใจได้สะดวกขึ้นเท่านั้น ฉันเองก็พยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ปลูกต้นไม้ในบ้าน…ช่วยลดโลกร้อนได้จริง
การปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะในกระถางเล็กๆ หรือในสวนหลังบ้าน ก็ช่วยลดโลกร้อนได้จริงนะคะ เพราะต้นไม้จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้บ้านเรามีอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้ยืนต้นในทิศทางที่ช่วยบังแดดให้บ้าน ก็ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ทำให้เราไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศมากเกินไป เป็นการประหยัดพลังงานไปในตัวด้วย ฉันเคยลองปลูกต้นไม้หลายชนิดในระเบียงคอนโดค่ะ พอเห็นต้นไม้เติบโต แตกใบอ่อนแล้วรู้สึกสดชื่น มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ
สวนแนวตั้ง…เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง
สำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด สวนแนวตั้งถือเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมเลยค่ะ เป็นนวัตกรรมการจัดสวนที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวตั้ง ทำให้เราสามารถปลูกต้นไม้ได้แม้ในพื้นที่เล็กๆ นอกจากจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นการสร้างความสวยงามและเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านหรืออาคารของเราด้วย ฉันเห็นหลายๆ คาเฟ่ หรืออาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ เริ่มทำสวนแนวตั้งกันแล้วค่ะ ดูทันสมัยและสบายตามากๆ เลยนะ ใครชอบแต่งบ้าน ลองเอาไอเดียนี้ไปใช้ดูนะคะ รับรองว่าเก๋ไม่ซ้ำใครแน่นอน
글을마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน? หลังจากที่เราได้คุยกันมาถึงเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องใกล้ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปจนถึงเทรนด์ระดับโลกอย่างเทคโนโลยีสีเขียว ฉันหวังว่าทุกคนคงจะได้แรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ๆ กลับไปไม่มากก็น้อยนะคะ สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะย้ำเตือนเสมอก็คือ ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นจากจุดไหน เล็กน้อยแค่ไหน แต่ทุกการกระทำของเราล้วนมีความหมายและส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้เสมอค่ะ ขอแค่เราทุกคนเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โลกของเราจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
알아두면 쓸모 있는 정보
นี่คือข้อมูลและเคล็ดลับดีๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกของเราค่ะ
1. เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลดการใช้พลาสติก พกถุงผ้า ขวดน้ำส่วนตัว และแยกขยะในครัวเรือนอย่างถูกวิธี จะช่วยลดภาระให้โลกได้เยอะเลยค่ะ
2. พิจารณาการใช้พลังงานสะอาดในบ้าน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน แม้จะดูเป็นการลงทุน แต่ในระยะยาวคุ้มค่าและดีต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอนค่ะ
3. หันมาเลือกซื้อสินค้าและบริการจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) หรือสินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดีและลดผลกระทบจากการผลิตค่ะ
4. ลองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ Ecotourism เพื่อเรียนรู้และสัมผัสความงามของธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นไปด้วยในตัวนะคะ
5. อย่ามองข้ามพลังของเสียงคุณ! การเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ หรือเป็นกระบอกเสียงในประเด็นสิ่งแวดล้อม จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างได้ค่ะ
중요 사항 정리
สรุปสิ่งที่เราได้เรียนรู้ร่วมกันในวันนี้ คือพลังของพลเมืองอย่างเราๆ นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคิดค่ะ ทุกการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การกิน การใช้ การเดินทาง ไปจนถึงการเลือกซื้อสินค้า ล้วนมีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของโลกใบนี้ การร่วมมือกันไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ การเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่โลกที่ยั่งยืนและน่าอยู่ขึ้น สิ่งสำคัญคือการลงมือทำและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ พร้อมส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนี้ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ค่ะ ฉันเชื่อมั่นว่า ถ้าเราทุกคนใส่ใจและลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมจะท้าทายแค่ไหน เราก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอนค่ะ มาร่วมสร้างโลกสีเขียวไปด้วยกันนะคะ เพราะโลกนี้เป็นของพวกเราทุกคนและเป็นมรดกที่เราจะส่งต่อให้ลูกหลานต่อไปในอนาคตค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ในชีวิตประจำวันของเรา คนธรรมดาอย่างเราจะช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไรบ้างคะ มีอะไรที่ทำได้ง่ายๆ แต่เห็นผลชัดเจนไหม?
ตอบ: โอ้โห! เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยค่ะคุณผู้อ่านขา! คือฉันเข้าใจเลยว่าบางทีเราก็รู้สึกว่าปัญหาโลกร้อนมันใหญ่เกินตัว จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดีใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละค่ะที่สำคัญมากๆ และส่งผลรวมกันได้ยิ่งใหญ่เลยนะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง ที่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาสักพัก ก็รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ได้ยุ่งยาก แถมยังรู้สึกดีกับตัวเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกด้วยนะคะอันดับแรกเลยที่ฉันอยากชวนทุกคนทำคือ “ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง” ค่ะ พวกถุงพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก หลอดพลาสติก ลองหันมาพกถุงผ้า ขวดน้ำส่วนตัว หรือใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ดูสิคะ เวลาไปตลาดหรือซื้อของ ฉันก็จะพกถุงผ้าใบโปรดไปด้วยตลอด แรกๆ อาจจะลืมบ้างแต่พอทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นนิสัยไปเองค่ะ แล้วอีกเรื่องคือ “การแยกขยะ” อันนี้สำคัญมากจริงๆ นะคะ เพราะถ้าเราแยกขยะดีๆ ขยะหลายอย่างก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องไปฝังกลบ ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนตัวร้ายเลยค่ะส่วนเรื่องพลังงานในบ้านก็เป็นอีกจุดที่เราช่วยได้เยอะเลยค่ะ การปิดไฟ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน หรือเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ที่ประหยัดพลังงานกว่า แค่นี้ก็ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้แล้วค่ะ ฉันเองจะติดนิสัยเดินสำรวจรอบบ้านก่อนออกจากบ้านเสมอเลยค่ะว่ามีไฟดวงไหนยังเปิดอยู่ไหม หรือพัดลมยังทำงานอยู่หรือเปล่าแล้วก็เรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ การลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงบ้าง หันมาทานผัก ผลไม้ หรือโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมการปศุสัตว์ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะเหมือนกันค่ะ แถมการเลือกซื้ออาหารที่ผลิตในท้องถิ่นก็ช่วยลดการขนส่ง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกทางด้วยค่ะ ส่วนเศษอาหารที่เหลือ ก็ลองนำไปทำปุ๋ยหมักดูสิคะ ช่วยลดขยะและยังได้ปุ๋ยบำรุงต้นไม้ในบ้านเราด้วยนะ!
ลองเริ่มจากสิ่งที่เราทำได้ง่ายๆ ใกล้ตัวก่อนนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นค่ะ
ถาม: นอกจากพฤติกรรมส่วนตัวแล้ว มีเทรนด์ใหม่ๆ หรือนวัตกรรมอะไรบ้างที่น่าสนใจ ที่ประชาชนอย่างเราควรจับตาดูเพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้มากขึ้นคะ?
ตอบ: นี่ก็เป็นอีกคำถามที่โดนใจฉันมากๆ เลยค่ะ! เพราะโลกเราก้าวหน้าไปเร็วมากจริงๆ นะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีเทรนด์และนวัตกรรมเจ๋งๆ ที่กำลังเข้ามาช่วยเราต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนอีกเพียบเลยค่ะ ในฐานะที่ฉันเองก็ติดตามเรื่องพวกนี้มาตลอด บอกเลยว่าตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของเรามากๆ ค่ะตอนนี้เทรนด์ที่มาแรงมากๆ คือ “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” ค่ะ คือเราไม่ได้แค่ใช้แล้วทิ้งไปเฉยๆ อีกต่อไป แต่เป็นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายๆ ซึ่งช่วยลดการผลิตใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรลงได้เยอะเลยค่ะ ฉันเห็นตอนนี้มีแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ รู้สึกดีใจแทนโลกเลยค่ะอีกอย่างที่กำลังมาแรงมากๆ ในไทยก็คือ “ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)” ค่ะ รัฐบาลเองก็สนับสนุนเต็มที่เลย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีตัวเลือกเยอะขึ้น ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น การหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ก็ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มหาศาลเลยค่ะ ส่วนตัวฉันเองก็กำลังเล็งๆ อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะเห็นว่านอกจากจะรักษ์โลกแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้เยอะอีกด้วยนะนอกจากนี้ยังมี “นวัตกรรมเพื่อการจัดการขยะ” ที่น่าสนใจมากๆ เช่น “เครื่องแปรรูปขยะเศษอาหารให้กลายเป็นดินคุณภาพสูง” ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือ “เตาเผาขยะเคลื่อนที่ขนาดเล็ก” ที่ช่วยจัดการขยะในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ช่วยจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ นวัตกรรมเหล่านี้เป็นความหวังใหม่ในการลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ ค่ะสุดท้ายนี้ อีกเทรนด์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “อาหารจากพืช (Plant-based Food)” และ “โปรตีนทางเลือก” ค่ะ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ในกลุ่มคนทานมังสวิรัติเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็เริ่มหันมาลองกันเยอะขึ้น เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบจากการปศุสัตว์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนด้วยนะคะการติดตามเทรนด์และนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราเห็นว่าปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องสิ้นหวัง แต่เป็นโอกาสที่เราจะได้เห็นโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและจิตสำนึกที่ดีของทุกคนค่ะ
ถาม: การมีส่วนร่วมเล็กๆ ของประชาชนอย่างเรา จะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อการลดโลกร้อนได้จริงหรือคะ แล้วเราจะได้รับประโยชน์อะไรจากการกระทำเหล่านี้บ้างในระยะยาว?
ตอบ: คุณขา! ฉันอยากจะบอกดังๆ เลยว่า “จริงแท้แน่นอนค่ะ!” บางทีเราอาจจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันเล็กนิดเดียว จะไปเปลี่ยนอะไรได้ แต่ฉันขอยืนยันเลยค่ะว่า “พลังเล็กๆ รวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เสมอ” เหมือนคำที่ว่า “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย” นั่นแหละค่ะ ยิ่งเรื่องโลกร้อนนี่แหละค่ะที่ต้องการพลังจากทุกคนจริงๆ นะลองคิดดูสิคะ ถ้าคนไทยทุกคนพร้อมใจกันลดใช้ถุงพลาสติกพร้อมกัน หรือทุกคนในชุมชนช่วยกันแยกขยะอย่างจริงจัง ปริมาณขยะที่ลดลง มลพิษที่ลดลง การใช้ทรัพยากรที่น้อยลง มันจะส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างมหาศาลเลยนะคะ จากที่ฉันเห็นมาหลายๆ ชุมชนในไทยที่เริ่มโครงการรักษ์โลกง่ายๆ อย่างการแยกขยะ หรือปลูกต้นไม้ในชุมชน พอมารวมกันหลายๆ ชุมชนเข้า ผลลัพธ์ที่ได้มันเกินคาดจริงๆ ค่ะ บรรยากาศในชุมชนดีขึ้น อากาศสะอาดขึ้น สุขภาพกายใจของคนในชุมชนก็ดีขึ้นตามไปด้วยแล้วถามว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้างในระยะยาวจากการกระทำเหล่านี้ใช่ไหมคะ?
บอกเลยว่าเยอะมากๆ ค่ะ! 1. คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แน่นอนเลยค่ะว่าถ้าโลกเราน่าอยู่ขึ้น อากาศบริสุทธิ์ขึ้น ไม่มีมลพิษจากขยะ เราก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น ป่วยน้อยลง ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามเหมือนเดิม
2.
การประหยัดเงินในกระเป๋า หลายๆ การกระทำที่ช่วยโลกร้อนก็เป็นการประหยัดเงินไปในตัวนะคะ เช่น การประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ หรือการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งอันนี้ฉันสัมผัสได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ ว่าค่าใช้จ่ายในบ้านลดลงไปเยอะจริงๆ
3.
สร้างความยั่งยืนให้คนรุ่นหลัง ที่สำคัญที่สุดเลยคือเราได้ส่งต่อโลกที่น่าอยู่ ใบนี้ให้กับลูกหลานของเราค่ะ พวกเขาจะได้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาโลกร้อนที่รุนแรงไปกว่านี้
4.
เศรษฐกิจที่ดีขึ้นในภาพรวม เมื่อเราลดการใช้ทรัพยากร ลดขยะ ลดมลพิษ ภาระของรัฐบาลในการจัดการปัญหาก็ลดลง เศรษฐกิจของประเทศก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ค่ะฉันเชื่อหมดใจเลยค่ะว่าทุกการกระทำของเรา ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน มันมีความหมายเสมอค่ะ มาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นไปด้วยกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองมากๆ เลยค่ะ






